Weep#01[kyumin]
posted on 20 Jul 2008 19:44 by hnonny in KyuMinUpdate!! เพิ่มเติมนิดนึงครับ ผมจัดหน้าใหม่ให้มันอ่านได้ง่ายๆ ขึ้น =_="
คุยกันก่อนอ่าน
คุยกันก่อนอ่านจ้า
ความจริงเรื่องนี้ตั้งพลอตเอาไว้นานมาแล้วแต่ไม่มีโอกาสจะได้เขียนต่อเลยดองเอาไว้อย่างงั้น ตอนนี้เกิดฟิตอยากจะเขียนฟิคขึ้นมาก็เลยเอาออกมาปัดฝุ่นซักหน่อยค่ะ
คู่คยูมินเป็นคู่ที่ชอบมากที่สุดเลย อิอิ แต่คู่อื่นก็เขียนเหมือนกันน๊า
เอาเป็นว่าอ่านแล้วชอบหรือไม่ชอบยังไงก็แนะนำติชมกันด้วยนะคะ อิอิ ^_^
ไปอ่านกันได้เลยจ้า
Weep#01
[Fiction] : Super Junior
Kyu x Min
เด็กขี้อ้อน...ประจำวงซูเปอร์จูเนียร์ ใครๆก็คงต้องนึกถึง...
“กระต่ายน้อย...ลี ซองมิน” ใช่มั้ยครับ!!!...เหมือนผมเลย!!!....
ผม โจ คยูฮยอน!!! คนที่หลงกลความน่ารัก ออดอ้อนนั้นอยู่เป็นประจำ - -“ อย่างสม่ำเสมอ
“คยูกี้~~~~~” นั้นไงครับ เสียงใสๆ มหันตภัยของบ้านซูจูโผล่มาแล้ว
“อะไรเหรอครับพี่ซองมิน” ผมที่นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์อยู่อย่างใจจดใจจ่อ เพราะเกมส์ตรงหน้ากำลังไคล์แมกซ์ได้ที่ ผีในเกมส์กำลังจะเขมือบหัวผมเข้าไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นผมก็เอ่ยคำรับกลับไป โดยไม่สามารถต้านทานต่อความน่ารักอย่างรุนแรงของพี่ซองมินได้
“ฉันอยากได้เครื่องวี (Wii) เครื่องใหม่อ่ะ คยูกี้” มาแล้วครับเสียงออดอ้อนสุดยอดของความน่ารัก พร้อมวงแขนล่ำๆ (??) อันบอบบางที่สุดแสนจะขาวจั๋วะของพี่ซองมินที่คล้องลงรอบคอของผม แต่ผมก็ยังคงใจแข็งนั่งเล่นเกมส์ต่อไป เพราะผีมันเขมือบหัวผมไปครึ่งนึงแล้ว เลือดกำลังจะหมดตัวเหมือนกับผมตอนนี้ที่เลือดกำลังจะระเหยออกไปจากตัวจนหมดเพราะคนที่กอดคอผมอยู่นี่
“แล้วเครื่องที่ผมให้ยืมไปล่ะครับ พี่เล่นไปก่อนก็ได้ผมยังไม่เอาคืน” ผมพูดถึงเครื่องวีก่อนหน้านี้ที่พี่ซองมินยืมไปเล่นเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โดยไม่ได้หันกลับไปมองหน้าพี่ซองมินที่ยังเกาะผมเป็นกระต่างสายพันธุ์ลิงอยู่อย่างเหนียวหนึบ
“อ่อ...เครื่องนั้นก็ยังอยู่แหละ...แต่...ว่า” โธ่ พี่ซองมินครับท่าทางว่าจะอยากได้เป็นของตัวเองมาก
“ความจริงไอ้เครื่องนั้นพี่เอาไปเล่นของพี่เองเลยก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจะเล่นเมื่อไรผมจะบอกพี่เองแล้วกันนะครับ” ผมที่ต้องใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งในการประมวลผลเพื่อโต้ตอบบทสนทนากับพี่ซองมิน เพราะผมยังคงหมกหมุ่นกับหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และอีกตั้ง 50 เปอร์เซนต์ที่กำลังสนใจอยู่กับแขนขาวอวบของพี่ซองมินที่เกาะรั้งคอผมเอาไว้ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย โดย 50 เปอร์เซนต์แรกผีมันกัดหัวผมแหว่งไปครึ่งนึงจนเลือดผมเหลืออยู่ค่อนหลอดแล้ว ส่วนอีก 50 เปอร์เซนต์ที่เหลือนั้นเป็นพี่ซองมินที่ทำเลือดผมหายไป 90 ส่วนของน้ำหนักตัวแล้วครับ
“ฉันก็อยากเล่นเครื่องนั้นนะคยู....ถ้ามัน...ถ้า...” ดูสิครับพี่ชายตัวน้อยที่น่ารักของผมยังคงเกรงใจที่มันเป็นเครื่องของผม ถ้าเป็นเครื่องของพี่ๆ คงเล่นได้สบายใจกว่านี้ใช้มั้ยล่ะครับ
“พี่ก็เล่นมันเถอะ ไม่ต้องเกรงใจผมหรอก” ผมยังยืนยันในคำอนุญาตที่ให้พี่ซองมินเล่นเครื่องวีของผมได้ตามใจชอบ โอ้...50 เปอร์เซนต์แรกของผมกำลังจะหลุดพ้นจากฝูงผีแล้วครับพี่น้อง
“ป่าว...ฉันจะเล่นมันถ้ามันไม่พังต่างหากล่ะคยูกี้” อ๋อ...พังนี้เองแล้วก็ไม่บอกตั้งแต่แรก...
............
............
............
“หา!!!! พัง” ผมตะโกนลั่นหันไปมองหน้าพี่ซองมินที่ตกใจเสียงตะโกนของผมจนปล่อยแขนล่ำขาวจั๋วะออกจากคอของผมให้เป็นอิสระ พร้อมๆกันกับที่ผมปล่อยมือออกจากจอยสติ๊กของเครื่องคอมพิวเตอร์ จนทำให้ 50 เปอร์เซนต์แรกของผมดับสูญไปเพราะแก๊งผีครองเมือง
“ใช่...พัง” พี่ซองมินพูดทวนคำนั้นอีกครั้งทั้งๆ ที่ยังเอากำปั้นน้อยๆ ทั้งสองปิดปากอยู่...อย่างน่ารักด้วย
“...พัง...” ผมรู้ตัวว่าผมเอ๋อนะ แต่ผมไม่คิดว่าผมจะหูฝาดได้ยินคำๆ นั้นถึง 2 ครั้ง
“อิ้อ...พัง” โอ้...3 ครั้งแล้ว
“...พัง...” ไม่ใช้ว่าผมจะไม่เข้าใจความหมายที่พี่พูดหรอกนะครับ แต่ผมไม่เชื่อหูตัวเอง
“ใช่...พัง ที่หมายถึงเล่นไม่ได้น่ะ” นั้น...ว่าแล้ว ผมเข้าใจความหมายครับพี่ แต่ผมหยุดทวนคำไม่ได้ เพราะคำๆ นั้นมันวนเวียนอยู่ในหัวผมเต็มไปหมดเลย
“เครื่องวี...พัง?” ยังไม่มั่นใจ และผมอาจจะเข้าใกล้ขั้นเพ้อแล้ว แต่ถามเพื่อความแน่ใจดีกว่า ไอ้ที่พังมันอาจจะเป็นอย่างอื่น
“ใช้...เครื่องวีของนายที่ฉันยืมไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วมัน...พัง” ชัดเจนทุกถ้อยคำ...ขอบคุณครับพี่ซองมิน แต่นั้นมันทำให้ผมพูดอะไรไม่ออกแล้ว ตอนนี้ในหัวผมมีภาพของเครื่องวีที่หักเป็นสองท่อนเยี่ยงเรือไททานิค
“...” ผมนิ่งเงียบและจ้องมองหน้าพี่ซองมินอยู่อย่างนั้น...ในหัวก็ยังคงมีเครื่องวีหักๆ ที่ค่อยๆ จมลงสู่ก้นบึ้งสุดลึกของหลุมกระต่ายที่ผมไม่มีวันได้คืนมาแล้วอยู่ในมโนสำนึก...แต่ในใจนั้นกลับมีเสียงของตัวผมเองสะท้อนก้องอยู่ว่า
“(อ่า...คนอะไรขมวดคิ้วยังน่ารัก)” ผมคิดอย่างงั้นจริงๆ นะ...ถึงแม้ว่าเครื่องวีของผมจะ...ฮือออออ TT^TT จมไปแล้ว...แต่ก็น่ารัก
“เพราะงั้นฉันก็เลยอยากได้เครื่องวีเครื่องใหม่อ่ะ...น๊า~~~ คยูกี้...น๊า~~~” อีกแล้วครับ อ้อมแขนอวบนุ่มขาวจั๋วะมาอีกแล้วถ้าไม่ติดว่าผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ป่านนี้พี่ซองมินคงปลายเท้าลอยไม่ถึงพื้นแล้วแน่ๆ 555
“นั้นมันเงินเดือนเกือบทั้งเดือนของผมเลยนะครับ” ผมพยายามทำเสียงอ่อยเพื่อให้พี่ซองมินสงสารผมบ้าง...สักนิดก็ยังดี
“แต่...ฉันอยากเล่นนี้คยู...ยังเล่นเทนนิสไม่สะใจเลย” น่านนนน...เจอเสียงอ่อยอ้อนที่เหนือชั้นกว่า แล้วใครจะไปสู้ได้ล่ะครับ
“เฮ่อ...ครับๆ แล้วไว้ผมจะซื้อมาใหม่แล้วกันนะครับ” ในที่สุดผมก็แพ้หน้าตาใสซื่อที่แสนจะออดอ้อนนั้นไม่ได้อีกครั้งหนึ่งแล้ว เฮ่อออออ...เงินเดือนโผมมมม TT^TT
“เย้...คยูกี้น่ารักที่สุดในโลกเลย...จุ๊บ~~!!” พี่ซองมินกระโดดหมุนตัวไปรอบๆ พร้อมพูดออกมาเสียงดัง และทิ้งท้ายด้วยการหอมแก้มฟอดใหญ่ที่อาจจะทำให้ผมดีใจจนเลือดหมดตัวได้เลยทีเดียว แต่เมื่อนึกถึงเครื่องวีและเงินแล้ว ผมก็อยากจะเอาหัวกระแทกโต๊ะคอมให้ตายกันไปข้างหนึ่ง
“ว่าแต่...พี่ไปทำยังไงให้มันพัง” เมื่อทำใจได้ผมก็เริ่มสงสัยว่ามันพังได้ยังไง ไอ้เครื่องวีที่ตั้งของมันอยู่ดีๆ เนี้ย
“อ๋อ...ฉันเล่นโบล์วลิ้งน่ะแล้วพอดีว่ามันเผลอไปหน่อยนึกว่าจับลูกจริงๆ เผลอปล่อยมืออ่ะ” พี่ซองมินหยุดเล่าอยู่ที่ตรงนั้น แต่ผมคิดว่ามันต้องมีมากกว่านั้นแน่ๆ เพราะไม่งั้นคงจะพังแค่เฉพาะรีโมตสิ
“แล้วก็” ผมต่อคำให้พี่ซองมิน
“แล้วก็เลยเหวี่ยงไปกระแทกกับเครื่องวีเต็มๆ เลย จากนั้นหน้าจอก็ดับวูบ...คิกๆ” ยังจะขำอีกพี่ซองมิน...จะน่ารักไปไหน เฮ่ออออ...ถามไปผมก็ปวดหัวเอง ผมเลยพยักหน้าเป็นการรับรู้แล้วก็ปล่อยให้พี่ซองมินเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี และผมเองก็จะอารมณ์ดีมากถ้าการหอมแก้มนั้นไม่ต้องแลกมาด้วยเครื่องวีแสนแพง...คิดแล้วคยูกี้เศร้า T^T
แต่!!!…การกระทำแบบนั้นของพี่ซองมินไม่ได้ปฏิบัติกับแค่ผมคนเดียว
“ฮยอกกี้~~~!” นั้นไงครับเหยื่อรายใหม่ของวันนี้ พี่ฮยอคแจ
“เค้าทำแผ่นหนังโป๊ของฮยอกกี้แตกอ่ะ” โห...สองคนนี้เขาแลกเปลี่ยนอารยธรรมอะไรกันเนี้ย ผมที่นั่งจ้องจอคอมตาไม่กระพริบแต่หูของผมก็ทำงานได้ดีเช่นเดิม
“ไม่เป็นไรหรอกว่าแต่แผ่นไหนล่ะ” โอ้เสียงของพี่ฮยอกแจที่พูดอย่างอ่อนโยน
“แผ่นของยูริเอะอ่ะ” นั้นถึงขั้นรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม
“เฮ้ย!!!…แผ่นนั้นฉันหวงมากนะ นาย...โธ่” พี่ฮยอกแจ ตอนแรกผมว่าพี่ซองมินเป็นเอามากแล้ว พี่หนักกว่าเยอะเลยผมว่า
“ก็...ก็...” มาแล้วครับเสียงอ่อยออดอ้อนสุดยอดขั้นปรมาจารย์
“โอ๊ะ...ไม่เป็นไรหรอกๆ เดี๋ยวไว้ซื้อใหม่ก็ได้ อย่าทำหน้างอสิ” โห...พี่ไม่ห่วงยูริเอะแล้วเหรอ
“เย้ ฮยอกกี้ใจดีจังเลย...จุ๊บ~~!” เฮือก...แล้วก็จุ๊บตามสเตป TT^TT พี่ฮยอกแจแลกหอมแก้มด้วยแผ่นหนังโป๊ แล้วทำไมผมต้องแลกด้วยเครื่องวีด้วยเนี้ย โฮฮฮฮฮฮฮฮ...สวรรค์ไม่ยุติธรรม ผมเลิกสนใจเกมส์จากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วเดินเข้าห้องครัวไปหวังจะหาของกินประชดชีวิต ได้ข่าวว่าเมื่อเช้าพี่ฮังเกิงทำข้าวผัดปักกิ่งเอาไว้อีกแล้ว
“อ้าว...พี่ลีทึก...ยังไม่ออกไปทำงานอีกเหรอครับ” ผมเอ่ยทักพี่ลีทึกที่ปกติจะเห็นออกไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนคนอื่นเสมอ
“วันนี้ไม่มีงานน่ะ แค่ต้องไปจัดรายการคิสเท่านั้นเอง” พี่ลีทึกพูดพลางตักข้าวผัดปักกิ่งใส่จาน
“พี่ครับ ผมฝากตักข้าวผัดปักกิ่งหน่อยได้มั้ยครับ” พยายามทำเสียงอ่อนเสียงหวานอย่างที่สุด สงสัยผมจะเก็บกดจากที่โดนพี่ซองมินอ้อนแน่ๆ เลย
“ไม่!!! นายก็ตักเอาเองซิ” เง้ออออ!!! พี่ลีทึกเป็นอะไรไปเนี้ย...สวรรค์กลั่นแกล้ง...วันนี้มันวันดวงตกของ โจ คยูฮยอน เหรองายยยยยย!!!
พี่ลีทึกเดินหน้าขมวดคิ้วถือจานข้าวมานั่งที่โต๊ะอาหารทำเอาผมไม่กล้าเดินไปไหนเลย...แต่ด้วยความหิวจนท้องร้องระงมประหนึ่งเป็นจิ้งหรีดเรไร ผมเลยทำใจดีสู้เมียหมีเดินไปตักข้าวผัดปักกิ่งใส่จานข้าวพออิ่มแล้วเดินผ่านเมียหมีอย่างหวาดๆ มาที่ห้องนั่งเล่น
“อ่าว...พี่ฮยอคแจล่ะครับ” ผมเอ่ยถามพี่ซองมินที่นั่งดูทีวีเคี้ยวขนมอยู่คนเดียวที่โซฟาหน้าทีวี
“ฮยอคกี้ไปซื้อขนมน่ะ” พี่ซองมินตอบคำถามโดยไม่ละทิ้งขนม พี่เขายังคงเคี้ยวต่อไปอย่างเมามันส์ ผมนั่งลงข้างๆ พี่ซองมิน ถึงมันจะทำให้ผมใจเต้นแรงมากขึ้นแต่ว่าการได้อยู่ใกล้ๆ กับคนที่ตัวเองชอบก็เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็คงต้องการใช่มั้ยล่ะครับ...ผมคนหนึ่งหละ...
“คยูกี้~~ทานอะไรน่ะ” พี่ซองมินที่เลิกสนใจขนมในมือยื่นหน้าเข้ามาใกล้จานข้าวของผมแทน ผมที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่นั้นไม่ได้ตอบอะไรออกไป เพียงแต่ยื่นจานข้าวให้พี่ซองมินดูเท่านั้น...อ่า น่ารักจังเลย
“อ่า...ข้าวผัดปักกิ่งของพี่ฮัน อยากกินบ้างจัง คยูไปตักให้เค้าหน่อยสิ” เฮ่ออออ...วันนี้ผมถอนหายใจไปกี่รอบแล้วนะ ลูกอ้อนที่พี่ซองมินยิงใส่ผมไม่ว่ากี่ครั้งผมก็แพ้...เฮ่ออออ โจ คยูฮยอนดวงตกอย่างผมเลยต้องเดินเข้าห้องครัวไปเผชิญหน้ากับเมียหมีอีกครั้งเพื่อข้าวผัดปักกิ่งแสนอร่อย
“...คยูฮยอน...” เฮือก!!!เสียงเรียบเย็นยะเยือกของเมียหมีที่เอ่ยเรียกชื่อผม ทำเอาเส้นขนทุกอนูในร่างกายของผมลุกชูชันอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย พี่ลีทึกตอนอารมณ์ดีก็ดีใจหายอย่างสุดๆ ประหนึ่งนางฟ้าก็ไม่ปาน แต่ถ้าโมโหก็เป็นเรื่องเหมือนกัน...โจ คยูฮยอนกลัว - -“
“อะไรครับ พี่ลีทึก” ผมค่อยๆ หมุนตัวไปหาพี่ลีทึกเยี่ยงตุ๊กตาไขลาน...แบบว่าพยายามน่ารักสุดๆ
“นายจะตามใจซองมินมากเกินไปแล้วนะ” พี่ลีทึกค่อยๆ หันหน้ามาทางผมอย่างช้าๆ...ช้าๆ...ช้าๆ อ๊ากกกกก!!พี่ชักจะน่ากลัวเกินไปแล้ว หันมาเร็วๆ เถอะ...ผมเป็นคนอ่อนไหวนะ
“อ่า...ครับ” ผมไม่รู้จะตอบอะไรดี ความจริงมันก็เป็นอย่างนั้น...เพราะทุกคนก็ตามใจพี่ซองมินกันอย่างถ้วนหน้า ประมาณว่า...พี่เองก็ด้วยนะพี่ลีทึกผมได้ข่าว
“คืนนี้หลังจากที่ฉันกลับมาแล้ว นายต้องเรียกทุกคนมารวมกันที่ห้องของฉัน” ครับโผมมม...ผมขานรับในใจพร้อมพยักหน้าหงึกๆ...??
“หา!! คืนนี้” พี่ลีทึก...พี่ลืมไปหรือเปล่าครับว่าพี่เลิกจัดรายการตอนเที่ยงคืนนะครับ
“ใช่...คืนนี้เที่ยงคืนครึ่งฉันจะเรียกประชุม...ทุกคนยกเว้น ซองมิน” ยกเว้นพี่ซองมินด้วย โอ้ย...อะไรกันเนี้ย ผมว่าจะสวนถามกลับไปว่า...ทำไม...แต่!! เมื่อดูหน้าตาท่าทางของพี่ลีทึกแล้ว ผมว่าผมควรจะไปตักข้าวผัดปักกิ่งให้พี่ซองมินก่อนจะดีกว่า
เพราะถ้าโดนเมียหมีตะปบตายตรงนี้ไม่ได้เจอพี่ซองมินไปตลอดชีวิตหละแย่เลย
To be contineu


#1 By (125.27.68.126) on 2008-07-20 20:20