Weep#02[kyumin]
posted on 21 Jul 2008 17:44 by hnonny in KyuMinมาต่อด้วยความรวดเร็วเพราะฟิตจัดแต่ไม่รู้ว่าตอนต่อไปไปจะฟิตงี้มั้ย? อาจจะเว้นไปสักอาทิตย์นึงเพราะต้องไปทำงานเน้อ แต่ก็จะพยายามนะคร๊า~
ขอเม้นท์เพื่อเป็นกำลังใจด้วย จุ๊บๆ ^w^
Weep#02
[Fiction] : Super Junior
Kyu x Min
ความเดิมจากตอนที่แล้วที่ผมโดนเมียหมีสั่งเรียกประชุมครบองค์ยกเว้นพี่ซองมินคนเดียวไปแล้วนั้น ในตอนนี้ผมจึงจัดแจงตักข้าวผัดปักกิ่งแสนอร่อยของพี่ฮันออกไปให้พี่ซองมินที่ห้องนั่งเล่น โดยที่พี่ซองมินก็ยังนั่งทำตัวกลมน่ารักอยู่ที่โซฟาหน้าทีวีนั้นพร้อมๆ กับตักข้าวผัดปักกิ่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ...อ่า น่ารัก...อ่า ข้าวผัด...ข้าวผัด...อืมข้าวผัด พี่ซองมินครับได้ข่าวว่านั้นข้าวผัดผมแถมพี่ล่อซะเกือบหมดจาน เดี๋ยวผมก็ยึดจานนี้เป็นของผมซะหรอก...แฮ่
“พี่ซองมิน...ข้าวผัดมาแล้วครับ” ผมเอ่ยเรียกให้พี่ซองมินหันมาสนใจผมแทนข้าวผัดพี่ฮัน หวังว่าพี่จะตอบว่าจานนี้เป็นของผมนะ เพราะว่ามันหมดเกลี้ยงกระทะแล้ว
“อ๊ะ...ขอบใจมากคยู นั่งซิๆ” พี่ซองมินตีโซฟาปุๆ ชวนให้ผมนั่งลงข้างๆ พี่เขา อ่า...น่ารักจังเชิญชวนกันขนาดนี้เลยเหรอ...ว่าแต่ข้าวผัดจานนี้ก็ยังไม่ใช่ของผมอีกเหรอพี่...ผมหิวนะ
“อ่า...ดูซิฉันทานข้าวผัดของนายซะเกือบหมดเลย เดี๋ยวจานนี้ฉันแบ่งนายก็แล้วกันนะ” พี่ซองมินเอ่ยเสียงใสพร้อมเทข้าวในจานที่เหลือลงใส่ในข้าวจานใหม่จนพูน
“อ้ามมมมม...คยูอ้าปากสิ” พี่ซองมินหันหน้าแล้วเขยิบเข้ามาใกล้ๆ ผม...จนขาพี่เขาชิดกับผมแล้ว...ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก...ผมกรีดร้องในใจ เหมือนควายออกลูกก็ไม่ปาน
แต่ผมก็พยายามรวบรวมแรงทั้งหมดของร่างกายมาไว้ที่ปากเพื่ออ้ารับข้าวผัดแสนอร่อยจากพี่ซองมิน
“ง้ำ...” อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก ผมกินมันเข้าไปแล้ว เคี้ยวๆ เคี้ยวๆ ...อ่า อร่อยเหลือเกิน อร่อยที่สุดในโลก อร่อยอย่างบอกไม่ถูก อร่อยโคตรๆ เลยฮะแม่!! ลูกสะใภ้ในอนาคตของแม่ป้อนข้าวผมได้อร่อยมากเลย
ขอโทษครับพี่ฮัน...ข้าวผัดปักกิ่งเลื่องชื่อของพี่มันสุดยอดแต่พี่ซองมินก็สุดยอดเหมือนกัน อ๊า!!! ผมตายตอนนี้ก็ไม่เสียดายนะเนี้ย อ๊ากกกกกกกกกกกกกก ผมยังสรีมในใจไม่เลิก แต่ภายนอกของผมนั้น
“คยูเป็นอะไรน่ะ...ทำไมนิ่งอย่างงั้นล่ะ...คยู คยูกี้!!!” สงสัยผมจะใช้เวลาในใจมากเกินไปหน่อยจนผิดสังเกตุ
“อ่า...ครับ พี่ซองมิน” ผมออกมาจากในใจแปบนึงก่อนกลับเข้าไปอีกครั้ง...อ๊ากกกกกกกกกกกกก...คนไรว๊าน่ารักโคตร
“ฉันนึกว่านายข้าวติดหลอดลมหายใจไม่ออกตายไปแล้วน่ะสิ...เห็นนิ่งไปเลย” พี่ซองมินขมัดคิ้วหมุ่นก่อนตักข้าวผัดเข้าปากอิ่มไปเคี้ยวตุ้ยๆ ยังไม่ทันไรก็หันกลับมาป้อนผมต่อ อ๊ากกกกกกกกกกกกก ช้อนเดียวกัน...ผมกลับไปสครีมในใจอีกแล้ว นี้ถ้าไม่ติดว่าหน้าผมเอ๋อ ผมคงแสดงอาการประหลาดๆ ออกไปทางหน้าตาแล้วแน่ๆ
“กลับมาแล้ว” พี่ฮยอกแจเปิดประตูเข้ามาพร้อมพูดแสดงความมีตัวตน...ความจริงผมลืมพี่เขาไปแล้วว่าพี่ฮยอกแจแกออกไปซื้อขนม
“ฮยอกกี้...มากินข้าวผัดมั้ย?” อ๊ะ...พี่ซองมินชวนพี่ฮยอกแจ...ไม่ๆๆ อย่านะ ช้อนนี้เป็นของผมคนเดียว พี่ฮยอกแจอย่าทำร้ายผมนะ แค่เรื่องแลกหอมแก้มจากพี่ซองมินด้วยแผ่นหนังโป๊ผมก็เคืองจะตายแล้วนะพี่...พี่อย่ามาแย่งช้อนผมอีกแล้ว ผมขอร้อง
“ไม่เอาอ่ะ อิ่มแล้ว...แล้วขนมนี้ถ้าไม่ติดว่านายอยากกินฉันก็ไม่ลงไปซื้อมาหรอกนะ” อ๊า...ขอบคุณสวรรค์ พี่ฮยอกแจผมรักพี่จัง
จากนั้นผมกับพี่ซองมินก็ยังนั่งป้อนข้าวกันต่อไป อ่า...ช่างมีความสุขเหลือเกิน...และเวลาช่างผ่านไปไวเหมือนโกหก
มืดซะแล้ว...
ตอนนี้พี่คิบอมกลับมาบ้านแค่คนเดียว หลังจากออกไปถ่ายแบบลงหนังสือ ส่วนพวกพี่ที่เหลือติดงานกันหมด ว่าแต่ทำไมดูเหมือนผมไม่มีงานทำอยู่คนเดียวเนี้ย...พี่ซองมิน พี่ลีทึก พี่ฮยอกแจ พี่คังอินออกไปจัดรายการวิทยุ พี่ซีวอนออกไปกับพี่ทงแฮตั้งแต่เช้า พี่ฮันเกิงกับพี่ฮีชอลก็ไปด้วยกัน...เฮ่อออ ช่างเถอะ
เมื่อปลงตกได้เช่นนั้นผมก็ไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหาพี่คิบอมหมายจะบอกเรื่องสำคัญของคืนนี้
“พี่คิบอมครับ...คืนนี้พี่ลีทึกจะเรียกประชุมทุกคนตอนเที่ยงคืนครึ่งครับ” พี่คิบอมหันมาพยักหน้าให้ผมหนึ่งทีเป็นการรับรู้ ผมเลยจะเดินจากไปอย่างภาคภูมิใจที่ทำภาระกิจสำเร็จ
“พี่ลีทึกเข้าส่งเมจเสจบอกทุกคนแล้วน่ะ นายไม่ต้องย้ำก็ได้นะ” แล้วพี่คิบอมก็หันไปถอดรองเท้าคู่ใจของพี่เขาต่อ
TT^TT โฮฮฮฮฮ~…พี่ลีทึกแกล้งผม ถ้าจะส่งเมจเสจไปบอกทุกคนทำไมต้องมาส่งผมไว้ซะน่ากลัวขนาดนั้นด้วยล่ะคร๊าบบบบบบบ...เมียหมีใจร้าย
ว่าแล้วก็ไปชวนพี่คิบอมเล่นเกมส์ย้อมใจดีกว่าแต่ เอ๊ะ...ไปดูพี่ซองมินจัดรายการดีกว่า เห็นชอบรั่วประจำ น่าจะสนุกกว่าเล่นเกมส์กะพี่คิบอม...หรือเปล่า?? ผมเลยจัดการเดินเข้าห้องนอนของเรา วิ้วววว...พูดแล้วมีความสุขห้องนอนของเราสองคน ผมกับพี่ซองมินสองคนกะพี่ฮยอกแจอีกคนกะพี่ทงแฮอีกคน เฮ่ออออ...พูดง่ายๆ ว่าห้องนอนรวมของพวกเรา 4 คน
แล้วผมก็เปิดโน้ตบุคขึ้นมานอนเล่นบนเตียงนุ่มของ...ผม TT^TT ขอบคุณมากครับแฟนคลับที่รักไม่ใช้ว่าผมเสียใจนะ ผมแค่เสียดาย...
แล้วก็เชื่อมต่อเน็ตความเร็วสู๊งสูงเข้าเวบออนแอร์ของรายการ ชองบังจีชุนเรดิโอ ที่พี่ซองมินไปจัดรายการอยู่ตอนนี้ โหลดๆๆๆๆ...แล้วหน้าพี่ซองมินก็กระแทกเข้ามาเต็มๆ ลูกกะตาของผม น่ารักจริงๆ ว่าแต่...นี้ยังไม่เลิกอายผมสีดำอีกเหรอเนี้ย ยังใส่หวกไม่เลิก..แต่คนน่ารักใส่หมวกไหมพรมปิดไปทั้งหน้าก็น่ารักครับพี่ซองมิน
ผมนั่งดูพี่ซองมินจัดรายการไปรั่วไปจนไม่ได้เล่นอะไรอย่างอื่นเลยจนประทั่งได้ยินเสียงของพี่ซองมินพูดออกอากาศว่า
“แล้วพบกันใหม่พรุ่งนี้ ชองบังจีชุนเรดิโอ ลีซองมิน สวสัดีครับ” ก่อนที่พี่ซองมินจะบะบายใส่กล้องใกล้ๆ ถ้าผมจูบหน้าจอโน้ตบุคตอนนี้ไฟจะดูดปากผมมั้ยเนี้ย...อย่าเสี่ยงดีกว่า
อ่า...แสดงว่าตอนนี้ก็เที่ยงคืนแล้วน่ะสิ ผมรีบปิดโน้ตบุคลงแล้วเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นเพื่อดูว่าตอนนี้มีใครกลับมาบ้านแล้วบ้าง ระหว่างที่กำลังจะเปิดประตูก็ได้ยินเสียงคุยของคนสองคนอยู่ตรงโซฟาหน้าทีวี
“นายออกไปไหนกับซีวอนมาน่ะ...กลับมาซะดึกเลย” อ่อ เสียงพี่คิบอม
“ไปช้อปปิ้งมา...ได้ของมาเยอะแยะเลยหละ” อ่า เสียงพี่ทงแฮน้ำเสียงยังร่าเริงอยู่เสมอจิงๆ
และผมเองที่กำลังจะเปิดประตูออกไปก็ต้องหยุดชะงักอีกครั้ง
“สนุกมากเลยสินะ ถึงได้กลับบ้านมาดึกขนาดนี้...ปล่อยให้ฉันนั่งรออยู่ที่บ้านตั้งแต่เย็น” โอ๊ะ...เสียงพี่คิบอมฟังดูขุ่นๆ ไงชอบกล
ผมแอบแง้มประตูออกไปดูก็เห็นพี่คิบอมกับพี่ทงแฮนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวหน้าทีวี อ่า...แต่อยู่ด้านหลังเลยมองไม่เห็นสีหน้าของทั้งคู่เลย แล้วสายตาของผมก็ไม่สะดุดอยู่ที่หน้าประตูห้องของพี่ซีวอน ที่อยู่ทางขวามือของผม
“[อ้าว!!!พี่ซีวอน...ไปทำอะไรลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงนั้น]”
“[แล้วนายเล่า...หลบอะไรอยู่]”
ผมกับพี่ซีวอนคุยกันผ่านกระแสจิต โอ้...เราเข้าใจกันอย่างไม่น่าเชื่อ ผมล้อเล่น...เราใช้การอ่านปากต่างหาก
“[ฉันไม่กล้าออกไปขัดจังหวะสวีทพวกมัน]” อ๊ะ พี่ซีวอนส่งกระแสจิตกลับมาอีกแล้ว
“[สวีท...??]” ผมงงเป็นเอ๋อตาแตก ไม่เข้าใจที่พี่ซีวอนบอก พี่คิบอมกะพี่ทงแฮ...เอ??
แล้วพี่ซีวอนก็ชี้นิ้วกระดิกดิ๊กๆ ไปทางพวกพี่ทั้งสองหน้าทีวี แลวผมก็ได้ประจักษ์กับสายตา...โอ้ว พี่ทงแฮซบลงที่ไหล่พี่คิบอม หมุนศรีษะถูไถไหล่พี่คิบอมไปมา แล้วยังแถมด้วยน้ำเสียงออดอ้อนนั้นอีก
“ฉันไม่ได้ลืมนายซะหน่อยนะ แต่ฉันออกไปหาซื้อของให้นายต่างหากล่ะ...นี้งายยยยยย”
แล้วพี่ทงแฮก็โชว์นาฬิกาข้อมือเรือนงามสีเงินเงาวับออกมาให้พี่คิบอมก่อนจะซบกลับลงไปที่ไหล่พี่คิบอมอีกครั้ง
“ฉันไม่ได้ลืมนายซะหน่อยเห็นมั้ย...ฉันคิดถึงนายตลอดเวลาเลยต่างหาก ถึงฉันจะออกไปกับตาฉ่อยก็เถอะน๊า”
อ่า...ตาฉ่อย ผมหันหน้าไปมองพี่ซีวอนที่กำลังเฝ้าดูสถานการณ์เช่นเดียวกันกับผมที่อยู่อีกฝากฝั่งหนึ่ง โดยพี่ฉ่อย...เอ๊ย! พี่ซีวอนทำหน้าแหย แลบลิ้นปริ้นตาลับหลังพี่ทงแฮ แล้วผมก็หันกลับไปสนใจกับพี่ทั้งสองคนนั้นต่อ
“แต่ก็ไปสนุกกับซีวอนข้างนอกตั้งนาน” พี่คิบอมยังคงทำเสียงเข้มเหมือนตัวของพี่ต่อไป
“แต่ถ้าได้ไปกับนายก็จะสนุกกว่านี้นา...แถมตอนนี้ก็มีความสุขมากด้วย” พี่ทงแฮไม่พูดเปล่าขยับหน้าเข้าใกล้พี่คิบอม แล้วก็หอมเข้าไปไปที่แก้มของพี่คิบอมมมมมมมม!! อ๊ากกกกกกกก...ฟอดใหญ่เต็มๆ นี้พี่คิบอมเป็นเมะใช่มั้ยเนี้ย อ๊ากกกกกกกก...เฮ้ย!! สครีมผิดเรื่อง...พี่สองคนนี้เขาเป็นแฟนกันเหรอเนี้ย ตั้งกะเมื่อไรเนี้ย ไม่เห็นรู้เรื่องเลย
อ่า...พี่คิบอมยิ้มออกมาตาหยีแก้มแตกจนจะระเบิดอยู่แล้ว แต่นั้นก็ยังไม่เป็นปฏิกิริยาตอบรับที่สมบูรณ์เพราะจะให้สมบูรณ์มันต้อง...ต้อง...จูบ!!! ซึ่งท่าทางพี่คิบอมก็กำลังจะทำ...กำลังจะ...จะ...จู...จู
“กลับมาแล้วววว” จูซอง...จองซู - -“ ปาร์ค จองซูเปิดประตูเข้ามาเอ่ยคำทักทายเสียงดัง ทำให้พี่คิบอมและพี่ทงแฮกระเด้งแยกออกจากกันอย่างกะแม่เหล็กขั้วเหมือน ส่วนผมกับพี่ซีวอนหันมามองหน้ากันพร้อมทั้งทำปากจู๊ค้างเอาไว้...ก่อนจะคิดได้ว่าท่าที่ทำอยู่มันประหลาด เลยเดินออกมาจากห้องพร้อมกันทั้งผมและพี่ซีวอนเพื่อทักทายลีดเดอร์ที่น่ารักของเรา
“กลับมาแล้วเหรอครับพี่ลีทึก” ผมเอ่ยทักเมียหมีที่ตอนนี้ท่าทางอารมณ์ยังดีอยู่พร้อมเดินออกมารับที่หน้าประตู พี่ลีทึกที่มองกลับมาด้วยสายตาอ่อนโยนถามผมว่า
“นายบอกทุกคนเรื่องประชุมหรือเปล่า” ด้วยน้ำเสียงที่เรียบเย็น - -“ ผมอึกอักและนิ่งไปพักใหญ่จนพี่ลีทึกถอดรองเท้าเสร็จผมก็ยังไม่รู้ว่าจะตอบพี่เขาว่าอะไรดี
“ฉันล้อเล่นน่า…555” พี่ลีทึกพูดเบาๆ ระหว่างเดินผ่านร่างไร้วิญญาณของผมไป โดยทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะร่าเริง
พี่ครับผมน่าสงสารนะ อย่าแกล้งกันมากนักได้มั้ยเนี้ย...และเพื่อพี่จะลืม ผมอยากจะย้ำให้พี่ฟังอีกสักครั้งอย่างพี่ตูนวงบอดี้แสลมว่า...ผมอ่อนไหวนะครับพี่
“กลับมากันแค่นี้เองเหรอ?...คนอื่นๆ ล่ะ” พี่ลึทึกเดินไปยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่นรวมแล้วพูดขึ้นมาลอยๆ
“มีกลับมา 4 คนเนี้ยหละครับ...ที่เหลือยังไม่กลับจากจัดรายการ...ส่วนพี่ฮีชอลกะพี่ฮันไปข้างนอกกันยังไม่กลับอ่ะ” พี่ทงแฮตอบขึ้นเสียงใสอย่างทุกที แล้วก็ซบลงที่ไหล่พี่คิบอมอีกรอบหลังจากโดนขัดจังหวะไปโครมเบ้อเริ้ม...แต่ที่ผมแปลกใจก็คือ...พี่ครับ พี่ซบกันโจ่งแจ้งอย่างงี้เลยเหรอครับเนี้ย...แล้วทำไมผมถึงโง่ไม่รู้อยู่จนทุกวันนี้นะ
แต่พักเรื่องนั้นเอาไว้ก่อน...เพราะพี่อีทึกกลับบ้านมาคนเดียว พี่ฮยอกแจหายไปไหนซะล่ะ
“พี่ฮยอกแจล่ะครับพี่” ผมถามขึ้นหลังจากหันซ้ายหัวขวาก็ยังหาเงาหงอนของพี่ฮยอกแจไม่เจอ
“มันไปรับ ลีซองมิน..” ลีเดอร์น่ารักแปลงร่างเป็นหมีแม่ลูกอ่อนไปแล้ว...น่ากลัวได้อีก พี่ลีทึกหันขวับมาตอบผมตาขวางๆ จากนั้นเหล่าลิงทั้ง 4 ตัวก็รับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิตที่กำลังแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเมียหมี ต่างก็พยายามเขยิบหนีเข้าห้องตัวเองกันเป็นการใหญ่...แต่พี่ทงแฮครับพี่ต้องกลับเข้าห้องเดียวกันกับผมสิไปเดินตามพี่คิบอมทำไม...มานี้!!!…แต่ก่อนที่จะได้เข้าหลุมหลบภัยของแต่ละคนก็มีเสียงคำรามจากเมียหมีว่า
“อย่าลืมมาประชุมตอนเที่ยงคืนครึ่ง...” พูดโดยไม่มองมาทาง 4 ลิงแม้แต่น้อย...- -“ ทำเอาเย็นสันหลังวาบกันไปตามๆ กัน ส่วนพี่ลีทึกก๊ยังคงก้มหน้าก้มตากดเบอร์โทรศัพท์ของสมาชิกในวงต่อไปอย่าง...แข็งขัน??
ผมเองก็รีบเข้าห้องไปจัดแจงเตรียมของเพื่ออาบน้ำ...แล้วระหว่างที่ผมกำลังสนุกสนานกับการปล่อยให้น้ำอุ่นจากฟักบัวไหลกระทบตัวผมอยู่นั้นก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะ!!!
“ปังๆๆ” เสียงตะปบประตูจากเมียหมี ท่าทางว่าจะได้รับการถ่ายทอดพฤติกรรมมากันอย่างต่อเนื่องทำเอาผมสะดุ้งปิดฟักบัวแล้วขานรับออกไปอย่างตะกุกตะกัก
“คะ...คระ...ครับ”
“อาบน้ำเสร็จแล้วรีบออกมาหาฉันที่ห้อง...ด่วน!!!” คำสุดท้ายเน้นหนักจนผมอยากจะใช้ชีวิตอยู่ในห้องน้ำตลอดไปเลยทีเดียว แต่ก็จำต้องรีบไม่งั้นผมอาจจะขึ้นข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้ [เมียหมีโหดตะปบเด็กหนุ่มร่วมวงตายคาห้องน้ำ...ในสภาพเปลือยเปล่า] ผมว่ามันคงไม่เหมาะสมเท่าไร
ว่าแล้วก็รีบจัดแจงแต่งตัวใส่เสื้อผ้าทั้งๆ ที่หัวยังโชกไปด้วยน้ำ...ไม่แน่ผมคิดว่าอาจจะมีฟองติดอยู่เลยก็ได้...แต่ไม่เป็นไรชีวิตนี้สำคัญกว่าเป็นไหนๆ
ประตูห้องของพี่ลีทึกเปิดอ้าอยู่...ผมเดินเข้าไปก็เห็นพี่เขานั่งรออยู่ที่เตียงของตัวเองแล้ว หน้าตาไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร และผมที่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยพี่ลีทึกก็เอ่ยขึ้นมาว่า
“เรื่องที่ฉันจะประชุมวันนี้คือเรื่องการอ้อนของ ซองมินที่มันชักจะมากเกินไปแล้ว...ซึ่งมันจะทำให้เสียการปกครองได้...สมาชิกในวงเอาแต่ตามใจซองมินกันจนจะไม่เป็นอันทำอะไรกันแล้ว”
โด่เอ๋ย...ความจริงแล้วพี่กลัวจะใจอ่อนกับพี่ซองมินอีกอ่ะดิ...เห็นคราวที่แล้วล่อหลงซื้อตุ๊กตาหมีสีชมพูตัวเท่าเตียงนอนมาให้พี่ซองมินหมดตังไปหลายเลยนี้ แล้วก็มาบ่นว่าเงินไม่พอๆ
“และหน้าที่ของนายคือห้ามให้ซองมินเข้ามาให้ห้องระหว่างการประชุมเด็ดขาด...จะไปไหนกันก็ได้ และฉันขอบอกนายเอาไว้เลยนะว่า...ห้ามตามใจซองมินอีกเด็ดขาด...ถ้าฝืนคำสั่งหละก็นายจะต้องโดนลงโทษ...ซึ่งนายเองก็คงไม่อยากรู้ก่อนแน่ๆ ว่ามันจะเป็นการลงโทษยังไง”
- -“ ไม่รู้ว่าผมขนลุกเพราะตัวผมที่ยังเปียกปอนอยู่หรือว่าเป็นเพราะคำพูดของลีดเดอร์คนนี้กันแน่...ก่อนหน้านี้พี่ยังเป็นนางฟ้าอยู่เลยทำไมตอนนี้กลายร่างเป็นเมียหมีอารมณ์เดือดงี้อ่า...เมนไม่มาก็น่าจะไปปรึกษาพี่คังอินนะพี่ เพื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง
“เอาหละไปได้แล้ว...จะได้เวลาที่ซองมินกับฮยอกแจจะกลับมาแล้ว”
ผมกลับหลังหันทำตัวอย่างกะกำลังเรียนลูกเสืออยู่ก็ไม่ปาน...คยูฮยอนเอ๋ยวันนี้มันวันดวงซวยของแกจริงๆ ภาระกิจนี้แกห้ามพลาดเลยนะเว้ย...ไม่งั้นหัวกระเด็นหลุดออกจากบ่าไม่รู้ตัว แต่คิดในแง่ดีไว้จะได้อยู่กับพี่ซองมิน 2 คน...2 คนเท่านั้น แค่อย่าให้พี่ซองมินเข้าไปในห้องที่ทุกคนประชุมกัน...แค่นั้น...แค่นั้นเอง...แต่มันยากที่สุดในโลกเลยนะเนี้ย TT^TT จะให้คนร่าเริง ช่างสังเกตุ อยากรู้อยากเห็นอย่างงั้นอยู่กับผมนิ่งๆ ได้ยังไงเนี้ย...เฮ่ออออ...คิดแล้วคยูกลุ้ม
To be contineu
Weep#01[kyumin]
posted on 20 Jul 2008 19:44 by hnonny in KyuMinUpdate!! เพิ่มเติมนิดนึงครับ ผมจัดหน้าใหม่ให้มันอ่านได้ง่ายๆ ขึ้น =_="
คุยกันก่อนอ่าน
คุยกันก่อนอ่านจ้า
ความจริงเรื่องนี้ตั้งพลอตเอาไว้นานมาแล้วแต่ไม่มีโอกาสจะได้เขียนต่อเลยดองเอาไว้อย่างงั้น ตอนนี้เกิดฟิตอยากจะเขียนฟิคขึ้นมาก็เลยเอาออกมาปัดฝุ่นซักหน่อยค่ะ
คู่คยูมินเป็นคู่ที่ชอบมากที่สุดเลย อิอิ แต่คู่อื่นก็เขียนเหมือนกันน๊า
เอาเป็นว่าอ่านแล้วชอบหรือไม่ชอบยังไงก็แนะนำติชมกันด้วยนะคะ อิอิ ^_^
ไปอ่านกันได้เลยจ้า
Weep#01
[Fiction] : Super Junior
Kyu x Min
เด็กขี้อ้อน...ประจำวงซูเปอร์จูเนียร์ ใครๆก็คงต้องนึกถึง...
“กระต่ายน้อย...ลี ซองมิน” ใช่มั้ยครับ!!!...เหมือนผมเลย!!!....
ผม โจ คยูฮยอน!!! คนที่หลงกลความน่ารัก ออดอ้อนนั้นอยู่เป็นประจำ - -“ อย่างสม่ำเสมอ
“คยูกี้~~~~~” นั้นไงครับ เสียงใสๆ มหันตภัยของบ้านซูจูโผล่มาแล้ว
“อะไรเหรอครับพี่ซองมิน” ผมที่นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์อยู่อย่างใจจดใจจ่อ เพราะเกมส์ตรงหน้ากำลังไคล์แมกซ์ได้ที่ ผีในเกมส์กำลังจะเขมือบหัวผมเข้าไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นผมก็เอ่ยคำรับกลับไป โดยไม่สามารถต้านทานต่อความน่ารักอย่างรุนแรงของพี่ซองมินได้
“ฉันอยากได้เครื่องวี (Wii) เครื่องใหม่อ่ะ คยูกี้” มาแล้วครับเสียงออดอ้อนสุดยอดของความน่ารัก พร้อมวงแขนล่ำๆ (??) อันบอบบางที่สุดแสนจะขาวจั๋วะของพี่ซองมินที่คล้องลงรอบคอของผม แต่ผมก็ยังคงใจแข็งนั่งเล่นเกมส์ต่อไป เพราะผีมันเขมือบหัวผมไปครึ่งนึงแล้ว เลือดกำลังจะหมดตัวเหมือนกับผมตอนนี้ที่เลือดกำลังจะระเหยออกไปจากตัวจนหมดเพราะคนที่กอดคอผมอยู่นี่
“แล้วเครื่องที่ผมให้ยืมไปล่ะครับ พี่เล่นไปก่อนก็ได้ผมยังไม่เอาคืน” ผมพูดถึงเครื่องวีก่อนหน้านี้ที่พี่ซองมินยืมไปเล่นเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โดยไม่ได้หันกลับไปมองหน้าพี่ซองมินที่ยังเกาะผมเป็นกระต่างสายพันธุ์ลิงอยู่อย่างเหนียวหนึบ
“อ่อ...เครื่องนั้นก็ยังอยู่แหละ...แต่...ว่า” โธ่ พี่ซองมินครับท่าทางว่าจะอยากได้เป็นของตัวเองมาก
“ความจริงไอ้เครื่องนั้นพี่เอาไปเล่นของพี่เองเลยก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจะเล่นเมื่อไรผมจะบอกพี่เองแล้วกันนะครับ” ผมที่ต้องใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งในการประมวลผลเพื่อโต้ตอบบทสนทนากับพี่ซองมิน เพราะผมยังคงหมกหมุ่นกับหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และอีกตั้ง 50 เปอร์เซนต์ที่กำลังสนใจอยู่กับแขนขาวอวบของพี่ซองมินที่เกาะรั้งคอผมเอาไว้ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย โดย 50 เปอร์เซนต์แรกผีมันกัดหัวผมแหว่งไปครึ่งนึงจนเลือดผมเหลืออยู่ค่อนหลอดแล้ว ส่วนอีก 50 เปอร์เซนต์ที่เหลือนั้นเป็นพี่ซองมินที่ทำเลือดผมหายไป 90 ส่วนของน้ำหนักตัวแล้วครับ
“ฉันก็อยากเล่นเครื่องนั้นนะคยู....ถ้ามัน...ถ้า...” ดูสิครับพี่ชายตัวน้อยที่น่ารักของผมยังคงเกรงใจที่มันเป็นเครื่องของผม ถ้าเป็นเครื่องของพี่ๆ คงเล่นได้สบายใจกว่านี้ใช้มั้ยล่ะครับ
“พี่ก็เล่นมันเถอะ ไม่ต้องเกรงใจผมหรอก” ผมยังยืนยันในคำอนุญาตที่ให้พี่ซองมินเล่นเครื่องวีของผมได้ตามใจชอบ โอ้...50 เปอร์เซนต์แรกของผมกำลังจะหลุดพ้นจากฝูงผีแล้วครับพี่น้อง
“ป่าว...ฉันจะเล่นมันถ้ามันไม่พังต่างหากล่ะคยูกี้” อ๋อ...พังนี้เองแล้วก็ไม่บอกตั้งแต่แรก...
............
............
............
“หา!!!! พัง” ผมตะโกนลั่นหันไปมองหน้าพี่ซองมินที่ตกใจเสียงตะโกนของผมจนปล่อยแขนล่ำขาวจั๋วะออกจากคอของผมให้เป็นอิสระ พร้อมๆกันกับที่ผมปล่อยมือออกจากจอยสติ๊กของเครื่องคอมพิวเตอร์ จนทำให้ 50 เปอร์เซนต์แรกของผมดับสูญไปเพราะแก๊งผีครองเมือง
“ใช่...พัง” พี่ซองมินพูดทวนคำนั้นอีกครั้งทั้งๆ ที่ยังเอากำปั้นน้อยๆ ทั้งสองปิดปากอยู่...อย่างน่ารักด้วย
“...พัง...” ผมรู้ตัวว่าผมเอ๋อนะ แต่ผมไม่คิดว่าผมจะหูฝาดได้ยินคำๆ นั้นถึง 2 ครั้ง
“อิ้อ...พัง” โอ้...3 ครั้งแล้ว
“...พัง...” ไม่ใช้ว่าผมจะไม่เข้าใจความหมายที่พี่พูดหรอกนะครับ แต่ผมไม่เชื่อหูตัวเอง
“ใช่...พัง ที่หมายถึงเล่นไม่ได้น่ะ” นั้น...ว่าแล้ว ผมเข้าใจความหมายครับพี่ แต่ผมหยุดทวนคำไม่ได้ เพราะคำๆ นั้นมันวนเวียนอยู่ในหัวผมเต็มไปหมดเลย
“เครื่องวี...พัง?” ยังไม่มั่นใจ และผมอาจจะเข้าใกล้ขั้นเพ้อแล้ว แต่ถามเพื่อความแน่ใจดีกว่า ไอ้ที่พังมันอาจจะเป็นอย่างอื่น
“ใช้...เครื่องวีของนายที่ฉันยืมไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วมัน...พัง” ชัดเจนทุกถ้อยคำ...ขอบคุณครับพี่ซองมิน แต่นั้นมันทำให้ผมพูดอะไรไม่ออกแล้ว ตอนนี้ในหัวผมมีภาพของเครื่องวีที่หักเป็นสองท่อนเยี่ยงเรือไททานิค
“...” ผมนิ่งเงียบและจ้องมองหน้าพี่ซองมินอยู่อย่างนั้น...ในหัวก็ยังคงมีเครื่องวีหักๆ ที่ค่อยๆ จมลงสู่ก้นบึ้งสุดลึกของหลุมกระต่ายที่ผมไม่มีวันได้คืนมาแล้วอยู่ในมโนสำนึก...แต่ในใจนั้นกลับมีเสียงของตัวผมเองสะท้อนก้องอยู่ว่า
“(อ่า...คนอะไรขมวดคิ้วยังน่ารัก)” ผมคิดอย่างงั้นจริงๆ นะ...ถึงแม้ว่าเครื่องวีของผมจะ...ฮือออออ TT^TT จมไปแล้ว...แต่ก็น่ารัก
“เพราะงั้นฉันก็เลยอยากได้เครื่องวีเครื่องใหม่อ่ะ...น๊า~~~ คยูกี้...น๊า~~~” อีกแล้วครับ อ้อมแขนอวบนุ่มขาวจั๋วะมาอีกแล้วถ้าไม่ติดว่าผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ป่านนี้พี่ซองมินคงปลายเท้าลอยไม่ถึงพื้นแล้วแน่ๆ 555
“นั้นมันเงินเดือนเกือบทั้งเดือนของผมเลยนะครับ” ผมพยายามทำเสียงอ่อยเพื่อให้พี่ซองมินสงสารผมบ้าง...สักนิดก็ยังดี
“แต่...ฉันอยากเล่นนี้คยู...ยังเล่นเทนนิสไม่สะใจเลย” น่านนนน...เจอเสียงอ่อยอ้อนที่เหนือชั้นกว่า แล้วใครจะไปสู้ได้ล่ะครับ
“เฮ่อ...ครับๆ แล้วไว้ผมจะซื้อมาใหม่แล้วกันนะครับ” ในที่สุดผมก็แพ้หน้าตาใสซื่อที่แสนจะออดอ้อนนั้นไม่ได้อีกครั้งหนึ่งแล้ว เฮ่อออออ...เงินเดือนโผมมมม TT^TT
“เย้...คยูกี้น่ารักที่สุดในโลกเลย...จุ๊บ~~!!” พี่ซองมินกระโดดหมุนตัวไปรอบๆ พร้อมพูดออกมาเสียงดัง และทิ้งท้ายด้วยการหอมแก้มฟอดใหญ่ที่อาจจะทำให้ผมดีใจจนเลือดหมดตัวได้เลยทีเดียว แต่เมื่อนึกถึงเครื่องวีและเงินแล้ว ผมก็อยากจะเอาหัวกระแทกโต๊ะคอมให้ตายกันไปข้างหนึ่ง
“ว่าแต่...พี่ไปทำยังไงให้มันพัง” เมื่อทำใจได้ผมก็เริ่มสงสัยว่ามันพังได้ยังไง ไอ้เครื่องวีที่ตั้งของมันอยู่ดีๆ เนี้ย
“อ๋อ...ฉันเล่นโบล์วลิ้งน่ะแล้วพอดีว่ามันเผลอไปหน่อยนึกว่าจับลูกจริงๆ เผลอปล่อยมืออ่ะ” พี่ซองมินหยุดเล่าอยู่ที่ตรงนั้น แต่ผมคิดว่ามันต้องมีมากกว่านั้นแน่ๆ เพราะไม่งั้นคงจะพังแค่เฉพาะรีโมตสิ
“แล้วก็” ผมต่อคำให้พี่ซองมิน
“แล้วก็เลยเหวี่ยงไปกระแทกกับเครื่องวีเต็มๆ เลย จากนั้นหน้าจอก็ดับวูบ...คิกๆ” ยังจะขำอีกพี่ซองมิน...จะน่ารักไปไหน เฮ่ออออ...ถามไปผมก็ปวดหัวเอง ผมเลยพยักหน้าเป็นการรับรู้แล้วก็ปล่อยให้พี่ซองมินเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี และผมเองก็จะอารมณ์ดีมากถ้าการหอมแก้มนั้นไม่ต้องแลกมาด้วยเครื่องวีแสนแพง...คิดแล้วคยูกี้เศร้า T^T
แต่!!!…การกระทำแบบนั้นของพี่ซองมินไม่ได้ปฏิบัติกับแค่ผมคนเดียว
“ฮยอกกี้~~~!” นั้นไงครับเหยื่อรายใหม่ของวันนี้ พี่ฮยอคแจ
“เค้าทำแผ่นหนังโป๊ของฮยอกกี้แตกอ่ะ” โห...สองคนนี้เขาแลกเปลี่ยนอารยธรรมอะไรกันเนี้ย ผมที่นั่งจ้องจอคอมตาไม่กระพริบแต่หูของผมก็ทำงานได้ดีเช่นเดิม
“ไม่เป็นไรหรอกว่าแต่แผ่นไหนล่ะ” โอ้เสียงของพี่ฮยอกแจที่พูดอย่างอ่อนโยน
“แผ่นของยูริเอะอ่ะ” นั้นถึงขั้นรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม
“เฮ้ย!!!…แผ่นนั้นฉันหวงมากนะ นาย...โธ่” พี่ฮยอกแจ ตอนแรกผมว่าพี่ซองมินเป็นเอามากแล้ว พี่หนักกว่าเยอะเลยผมว่า
“ก็...ก็...” มาแล้วครับเสียงอ่อยออดอ้อนสุดยอดขั้นปรมาจารย์
“โอ๊ะ...ไม่เป็นไรหรอกๆ เดี๋ยวไว้ซื้อใหม่ก็ได้ อย่าทำหน้างอสิ” โห...พี่ไม่ห่วงยูริเอะแล้วเหรอ
“เย้ ฮยอกกี้ใจดีจังเลย...จุ๊บ~~!” เฮือก...แล้วก็จุ๊บตามสเตป TT^TT พี่ฮยอกแจแลกหอมแก้มด้วยแผ่นหนังโป๊ แล้วทำไมผมต้องแลกด้วยเครื่องวีด้วยเนี้ย โฮฮฮฮฮฮฮฮ...สวรรค์ไม่ยุติธรรม ผมเลิกสนใจเกมส์จากหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วเดินเข้าห้องครัวไปหวังจะหาของกินประชดชีวิต ได้ข่าวว่าเมื่อเช้าพี่ฮังเกิงทำข้าวผัดปักกิ่งเอาไว้อีกแล้ว
“อ้าว...พี่ลีทึก...ยังไม่ออกไปทำงานอีกเหรอครับ” ผมเอ่ยทักพี่ลีทึกที่ปกติจะเห็นออกไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนคนอื่นเสมอ
“วันนี้ไม่มีงานน่ะ แค่ต้องไปจัดรายการคิสเท่านั้นเอง” พี่ลีทึกพูดพลางตักข้าวผัดปักกิ่งใส่จาน
“พี่ครับ ผมฝากตักข้าวผัดปักกิ่งหน่อยได้มั้ยครับ” พยายามทำเสียงอ่อนเสียงหวานอย่างที่สุด สงสัยผมจะเก็บกดจากที่โดนพี่ซองมินอ้อนแน่ๆ เลย
“ไม่!!! นายก็ตักเอาเองซิ” เง้ออออ!!! พี่ลีทึกเป็นอะไรไปเนี้ย...สวรรค์กลั่นแกล้ง...วันนี้มันวันดวงตกของ โจ คยูฮยอน เหรองายยยยยย!!!
พี่ลีทึกเดินหน้าขมวดคิ้วถือจานข้าวมานั่งที่โต๊ะอาหารทำเอาผมไม่กล้าเดินไปไหนเลย...แต่ด้วยความหิวจนท้องร้องระงมประหนึ่งเป็นจิ้งหรีดเรไร ผมเลยทำใจดีสู้เมียหมีเดินไปตักข้าวผัดปักกิ่งใส่จานข้าวพออิ่มแล้วเดินผ่านเมียหมีอย่างหวาดๆ มาที่ห้องนั่งเล่น
“อ่าว...พี่ฮยอคแจล่ะครับ” ผมเอ่ยถามพี่ซองมินที่นั่งดูทีวีเคี้ยวขนมอยู่คนเดียวที่โซฟาหน้าทีวี
“ฮยอคกี้ไปซื้อขนมน่ะ” พี่ซองมินตอบคำถามโดยไม่ละทิ้งขนม พี่เขายังคงเคี้ยวต่อไปอย่างเมามันส์ ผมนั่งลงข้างๆ พี่ซองมิน ถึงมันจะทำให้ผมใจเต้นแรงมากขึ้นแต่ว่าการได้อยู่ใกล้ๆ กับคนที่ตัวเองชอบก็เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็คงต้องการใช่มั้ยล่ะครับ...ผมคนหนึ่งหละ...
“คยูกี้~~ทานอะไรน่ะ” พี่ซองมินที่เลิกสนใจขนมในมือยื่นหน้าเข้ามาใกล้จานข้าวของผมแทน ผมที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่นั้นไม่ได้ตอบอะไรออกไป เพียงแต่ยื่นจานข้าวให้พี่ซองมินดูเท่านั้น...อ่า น่ารักจังเลย
“อ่า...ข้าวผัดปักกิ่งของพี่ฮัน อยากกินบ้างจัง คยูไปตักให้เค้าหน่อยสิ” เฮ่ออออ...วันนี้ผมถอนหายใจไปกี่รอบแล้วนะ ลูกอ้อนที่พี่ซองมินยิงใส่ผมไม่ว่ากี่ครั้งผมก็แพ้...เฮ่ออออ โจ คยูฮยอนดวงตกอย่างผมเลยต้องเดินเข้าห้องครัวไปเผชิญหน้ากับเมียหมีอีกครั้งเพื่อข้าวผัดปักกิ่งแสนอร่อย
“...คยูฮยอน...” เฮือก!!!เสียงเรียบเย็นยะเยือกของเมียหมีที่เอ่ยเรียกชื่อผม ทำเอาเส้นขนทุกอนูในร่างกายของผมลุกชูชันอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย พี่ลีทึกตอนอารมณ์ดีก็ดีใจหายอย่างสุดๆ ประหนึ่งนางฟ้าก็ไม่ปาน แต่ถ้าโมโหก็เป็นเรื่องเหมือนกัน...โจ คยูฮยอนกลัว - -“
“อะไรครับ พี่ลีทึก” ผมค่อยๆ หมุนตัวไปหาพี่ลีทึกเยี่ยงตุ๊กตาไขลาน...แบบว่าพยายามน่ารักสุดๆ
“นายจะตามใจซองมินมากเกินไปแล้วนะ” พี่ลีทึกค่อยๆ หันหน้ามาทางผมอย่างช้าๆ...ช้าๆ...ช้าๆ อ๊ากกกกก!!พี่ชักจะน่ากลัวเกินไปแล้ว หันมาเร็วๆ เถอะ...ผมเป็นคนอ่อนไหวนะ
“อ่า...ครับ” ผมไม่รู้จะตอบอะไรดี ความจริงมันก็เป็นอย่างนั้น...เพราะทุกคนก็ตามใจพี่ซองมินกันอย่างถ้วนหน้า ประมาณว่า...พี่เองก็ด้วยนะพี่ลีทึกผมได้ข่าว
“คืนนี้หลังจากที่ฉันกลับมาแล้ว นายต้องเรียกทุกคนมารวมกันที่ห้องของฉัน” ครับโผมมม...ผมขานรับในใจพร้อมพยักหน้าหงึกๆ...??
“หา!! คืนนี้” พี่ลีทึก...พี่ลืมไปหรือเปล่าครับว่าพี่เลิกจัดรายการตอนเที่ยงคืนนะครับ
“ใช่...คืนนี้เที่ยงคืนครึ่งฉันจะเรียกประชุม...ทุกคนยกเว้น ซองมิน” ยกเว้นพี่ซองมินด้วย โอ้ย...อะไรกันเนี้ย ผมว่าจะสวนถามกลับไปว่า...ทำไม...แต่!! เมื่อดูหน้าตาท่าทางของพี่ลีทึกแล้ว ผมว่าผมควรจะไปตักข้าวผัดปักกิ่งให้พี่ซองมินก่อนจะดีกว่า
เพราะถ้าโดนเมียหมีตะปบตายตรงนี้ไม่ได้เจอพี่ซองมินไปตลอดชีวิตหละแย่เลย
To be contineu
